การส่งออกเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด คาดหมายว่าในปี 2550 การส่งออก จะมีมูลค่าทั้งสิ้น 145,962ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ซึ่งมีมูลค่า 129,744 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ร้อยละ 12.5 ตลาดหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและอาเซียน 5 ประเทศ ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการส่งออกทั้งสินค้า อุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตร อาทิ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอาหาร สินค้าเกษตร สิ่งทอ อย่างไรก็ตาม การแข่งขัน ทางการค้าได้ทวีความรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องปรับทิศทาง
ในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ จากการเป็นประเทศผู้ผลิต (Manufacturing Base) มาเป็น ประเทศผู้ค้า (Trading Nation) ประเทศผู้ลงทุน (Investor Country) รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ภาคธุรกิจบริการ (Services Provider) ให้มากขึ้นเพื่อสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ในระยะยาวอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการส่งออก พร้อมให้บริการข้อมูลการค้า และให้คำปรึกษาแนะนำ ด้านการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ แก่ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ตลอดจนผู้ที่สนใจส่งออก ในการทำธุรกิจ การหาคู่ค้ากับต่างประเทศผ่านทางสำนักงาน
เครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือระบบตอบรับอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง (1169) หรือเว็บไซต์ www.depthai.go.th และมีห้องสมุดการค้าและห้องสมุด
ออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง
รุกตลาดส่งออก
สำหรับผู้ที่แสวงหาช่องทางการบุกตลาดต่างประเทศเพื่อขยายตลาดเดิม เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือเพื่อรุกตลาดใหม่ เช่น อินโดจีน จีน เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ให้กับสินค้า/ธุรกิจบริการของตน สามารถติดต่อขอรับบริการข้อมูลหรือเข้าร่วม กิจกรรมกับกรมฯ ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การเข้าร่วม งานแสดงสินค้า และงาน Thailand Exhibition การจัดคณะผู้แทนการค้า (Trade Mission) เพื่อสร้างโอกาส และใช้เป็นเวทีการค้าสำหรับ ผู้ประกอบการ และผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทย ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะมีรูปแบบ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายการเจาะตลาดที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ กรมฯ ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำกลยุทธ์
การเลือกกิจกรรมหรือตลาดที่เหมาะสมกับ สินค้า/ธุรกิจบริการของนักธุรกิจแต่ละราย
พัฒนาการส่งออก
แหล่งข้อมูลการค้า การส่งออกข้อมูลเศรษฐกิจ การค้า การตลาดที่ถูกต้อง ฉับไวทันเหตุการณ์ คือกุญแจสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ กรมส่งเสริมการส่งออกพร้อมให้บริการ
แก่ผู้สนใจดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ทั้งข้อมูลด้านตลาดต่างประเทศ สินค้าและบริการรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
พัฒนาความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์
ร่วมฝึกอบรม สัมมนา เพื่อให้นักธุรกิจไทยได้พัฒนากลยุทธ์การค้าระหว่าง ประเทศทุกระดับและก้าวสู่การค้าระดับโลกอย่างมั่นใจ ตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นในการส่งออก ซึ่งมีระบบการเรียนการสอนทั้งแบบชั้นเรียนและ E-learning เทคนิคการเจาะและขยาย ตลาดต่างประเทศ กฎระเบียบการส่งออก-นำเข้า ฯลฯ จนถึง การฝึกอบรมเชิงลึก เช่น Smart Exporter และโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างนักออกแบบไทยสู่สากล
สร้างมูลค่าสินค้าและบริการ
- การสร้างตราสินค้าและบริการ สร้างมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการและ สร้างความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการพัฒนาและสร้างตราสินค้า ของตนเอง (Branding) รวมถึงการสมัครร่วมโครงการ Thailands Brand เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์ตราสินค้าไทย ซึ่งได้รับความเชื่อถือจากทั่วโลก
- พัฒนาการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและดึงดูดความสนใจผู้ซื้อทั่วโลก กับโครงการพัฒนาการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์
เพื่อการส่งออก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชั้นนำของโลก และการเชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักธุรกิจ กับผู้ประกอบการเพื่อนำผลงานการออกแบบ ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ
- พัฒนาโลจิสติกส์เพื่อการดำเนินธุรกิจ (Trade Logistics) สร้างความได้เปรียบ ทางการค้า ลดต้นทุนทางธุรกิจ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และผู้ส่งออก ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์การค้าเพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการส่งออก รวมถึงพัฒนาผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (LSP) ให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ศูนย์บริการส่งออกและนำเข้าแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการขอใบอนุญาตและใบรับรองเพื่อการส่งออก รวมถึงการติดต่อขอรับ บริการคำปรึกษาแนะนำจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
4.ทิศทางใหม่ในการให้บริการ
ก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออก
ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคสามารถพัฒนาสู่การ เป็นผู้ส่งออก หรือนักธุรกิจระหว่างประเทศ โดยขอคำแนะนำหรือติดต่อเข้าร่วม กิจกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การฝึกอบรม สัมมนา การเข้าร่วมงาน แสดงสินค้ารวมถึงการนัดหมายเจรจาธุรกิจ (B2B Matching) เพื่อสร้างโอกาส
ทางธุรกิจ แก่ผู้ประกอบการ และขยายเครือข่ายเชื่อมโยงสู่การดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
โครงการสนับสนุนย่านการค้าเอกชนสู่สากล (International Trade Mart)
โครงการพิเศษเพื่อสนับสนุนย่านธุรกิจต่างๆ ทั้งที่เป็นแหล่งค้าส่งและค้าปลีกสินค้าเฉพาะ ซึ่งมีศักยภาพสูง เช่น ย่านมเหสักข์ สุรวงศ์ สีลม (อัญมณีและ เครื่องประดับ)
ตลาดนัดจตุจักร (ของขวัญของตกแต่งบ้าน) ตลาดค้าส่งโบ๊เบ๊ (เสื้อผ้าสำเร็จรูป) ย่านวรจักร (ชิ้นส่วนยานยนต์) หรือแหล่งเฟอร์นิเจอร์ไม้บ้านถวายให้สามารถพัฒนาไป
สู่ธุรกิจส่งออกได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสร้างผู้ประกอบการธุรกิจระหว่างประเทศรายใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ของย่านการค้าต่างๆให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่พร้อมจะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่สูงขึ้น กรมส่งเสริมการส่งออก จัดให้มีบริการพิเศษเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแสวงหาวัตถุดิบ/สินค้าขั้นกลาง (Sourcing) รวมถึงเทคโนโลยี ระบบโลจิสติกส์ ที่มีต้นทุนต่ำ และ/หรือ มีประสิทธิภาพสูง การว่าจ้างผลิต (Subcontracting) หรือเปิดโรงงาน (Green Field Investment/Brown Field Investment) ในต่างประเทศ หรือในด้านการหาตัวแทนการขาย (Sales Representatives) เปิดแฟรนไชซ์ (Franchising) หรือ ขายลิขสิทธิ์ (Licensing) รวมถึง การดำเนินธุรกิจในลักษณะที่เป็นผู้ลงทุนแต่เพียงผู้เดียว (Wholly-Owned Business) หรือเป็นผู้ร่วมลงทุนในกิจการ (Joint Venture) ตลอดจน แสวงหาตลาดใหม่ๆ สำหรับสินค้าและธุรกิจบริการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ของประเทศไทย ในระยะยาว
เครือข่ายการให้บริการ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่นักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออกได้จัดตั้งสำนักงานเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วยศูนย์ส่งเสริมการส่งออกในภูมิภาค 5 แห่ง และสำนักงานส่งเสริมการค้า ในต่างประเทศ 56 แห่ง จึงสามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง ผ่านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศที่ทันสมัย เชื่อมโยงระหว่างนักธุรกิจทั่วโลกกับนักธุรกิจ และผู้ส่งออกไทย (B2B Matching) ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ (B2G Networking) ของนานาประเทศ รวมถึงการให้บริการด้านข้อมูลและคำปรึกษาเชิงลึก ได้แก่ ข้อมูลการตลาด สินค้า หรือธุรกิจบริการ กฎหมายการลงทุน กฎหมายแรงงาน กฎระเบียบการดำเนินธุรกิจ ในต่างประเทศ การจดทะเบียนลิขสิทธิ์ เป็นต้น |